ระบบกำลังทำการเรียกข้อมูล โปรดรอสักครู่ ....















 


ผลงานทางวิชาการการศึกษา เรื่องที่ 2326 วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 3 ท่าน ผู้ชมขณะนี้ 5 ท่าน

คลิกอ่านผลงานอื่น ๆ


การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครส

      ชื่อเรื่อง การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เพื่อพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อผู้วิจัย นงลักษณ์ แพงเรือน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ปีการศึกษา 2559 บทคัดย่อ การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการเพื่อพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์การวิจัย 3 ประการ คือ 1) วิเคราะห์สถานการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันของผู้เรียนระดับความต้องการจำเป็นในการเรียนรู้ภาษา (Learning needs) และในภาษาเป้าหมาย (Target needs) และการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ตามการรับรู้ของผู้เรียน ผู้สอนและผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และศิษย์เก่าโรงเรียนนครสวรรค์ 2) ระบุหรือกำหนดความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการทั้งในทักษะหลักและทักษะย่อยของผู้เรียน (need identification) ตามการรับรู้ของผู้เรียน ผู้สอนและผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และศิษย์เก่าโรงเรียนนครสวรรค์ และ 3) เสนอแนะแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักที่จะประเมินความตองการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และศิษย์เก่าโรงเรียนนครสวรรค์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ฃสำหรับผู้เรียน แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ สำหรับ ผู้สอนและผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และศิษย์เก่าโรงเรียนนครสวรรค์ และแผนภูมิผังก้างปลา วิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้การหาค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้เทคนิค Modified Priority Needs Index ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ด้วยสูตร PNImodified ผู้วิจัยได้ดำเนินการ 1) วิเคราะห์สถานการณ์การเรียนรู้ (learning situation analysis) ในการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียน 2) ประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชการ (needs identification) ตามการรับรู้ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้สอนและผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร และศิษย์เก่าโรงเรียนนครสวรรค์ 3) จัดเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในด้านทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่ต้องการพัฒนา จำแนกตามทักษะย่อย ทั้งในการเรียนรู้ภาษา (learning needs) และภาษาเป้าหมาย (target needs) ด้วยสูตร Priority Needs Index (PNI) สูตร PNImodified = (I-D)/D 4)นำข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่ได้จากแผนผังก้างปลาแล้วลงข้อสรุปในประเด็นความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ 5) จัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าความต้องการจำเป็นนั้นเป็นความต้องการจำเป็นอย่างแท้จริง และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง รวมถึงเป็นข้อมูลที่สามารถใช้เป็นข้อมูลในการเสนอแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม อีกทั้ง ในการกำหนดแนวทางพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผู้วิจัยได้ 1) ศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลโรงเรียนนครสวรรค์ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตร เช่น โครงสร้างการบริหาร หลักสูตร กิจกรรมเสริมและกิจกรรมเฉพาะกิจ ผู้สอนและบุคลากรสนับสนุน ผู้เรียน การจัดการ ทรัพยากรการจัดการศึกษาเพิ่มเติม 2) เขียนร่างข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร โดยพิจารณาข้อมูล 3 แหล่ง คือ ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียนนครสวรรค์ และเอกสารรายงานผลการวิจัยทางการศึกษา 3) สังเคราะห์ข้อเสนอแนะแล้วเขียนร่างหลักการและแนวทางการดำเนินการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ใน 7 ด้าน โดยยึดแนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. 2557 ที่ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดหลักสูตร ด้านการกำหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการจัดกิจกรรมเสริมและสื่อ ด้านการกำหนดวิธีการสอน และด้านการวัดและประเมินผลผู้เรียน 4) ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงและประเมินความเหมาะสม คุ้มค่า ความเป็นไปได้ของข้อเสนอแนะ หลักการและแนวทางการดำเนินการในการพัฒนาหลักสูตร ผลการประเมินพบว่า หลักการ และแนวทางการดำเนินการในการพัฒนาหลักสูตรของมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความคิดเห็นตั้งแต่ 4.20-5.00 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าตั้งแต่ 0.00-1.41 เมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่า ค่าเฉลี่ยรวมมีค่าเท่ากับ 4.61 ซึ่งมากกว่า 3.51 และค่าเฉลี่ยรวมส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 0.20 ซึ่งน้อยกว่า 1.00 แสดงว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าหลักการและแนวทางการดำเนินการในการพัฒนาหลักสูตรมีมีความตรง เหมาะสม คุ้มค่าและมีความเป็นไปได้มากที่สุด สารสนเทศที่ได้จากการวิจัยประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ที่ได้จากศึกษาวิจัย ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนนครสวรรค์ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรและเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยขอเสนอหลักการและแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ดังรายละเอียด หลักการ และแนวทางการพัฒนาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ หลักการข้อที่ 1 ด้านบริหารจัดการหลักสูตร โรงเรียนควรบริหารจัดการหลักสูตรโดยยึดเป้าหมายการเรียนรู้ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เปนสากล The Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) ทั้งในการออกแบบหลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอน การทดสอบ การวัดผล เพื่อสงเสริมการยกระดับความสามารถในการใชภาษาอังกฤษให้เทียบเคียงมาตรฐานสากล (World-Class Standard) และสร้างเสริมผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณภาพได้มาตรฐานระดับสากลและก้าวสู่ Thailand 4.0 ทั้งนี้ การบริหารจัดการหลักสูตรควรใช้กระบวนการนิเทศ ติดตามการนำหลักสูตรไปใช้แบบบูรณาการแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การทำงานเป็นทีมของครู ผู้บริหาร นักการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียน อีกทั้งต้องคำนึงถึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพิจารณาถึงความสอดคล้องกันของ CEFR และหลักสูตรแกนกลางซึ่งได้กำหนดมาตรฐานของผู้เรียนไว้เช่นกัน เพื่อให้แนวทางการปรับหลักสูตรมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์กับผู้เรียนมากขึ้น แนวทางการดำเนินการ 1. บริหารจัดการหลักสูตรควรใช้กระบวนการนิเทศ ติดตามการนำหลักสูตรไปใช้แบบบูรณาการแนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การทำงานเป็นทีมของครู ผู้บริหาร นักการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียน 2. จัดหาครูเจาของภาษาหรือวิทยากรที่มีความรูความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษมาชวยจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 3. จัดหองเรียน EP/MEP/EBE/EIS/IP หรือหองเรียนพิเศษดานภาษาอังกฤษ 4. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร 5. จัดรายวิชาและชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม 6. จัดคายภาษาอังกฤษแบบเขมในชวงปดภาคเรียน 7. จัดสภาพแวดลอม/บรรยากาศที่สงเสริม/กระตุนการฝกทักษะการสื่อสาร เชน English Literacy Day, English Zone, English Corner, การประกวดแขงขัน 7. จัดสาระเพิ่มเติมหรือรายวิชาเพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระหรือรายวิชาพื้นฐาน เช่น การพูดนำเสนองาน การพูดกล่าวสุนทรพจน์การพูดการอภิปรายการอ่านเพื่อความเข้าใจทั่วไป การอ่านเพื่อวิเคราะห์แนวความคิดของผู้เขียน การวิเคราะห์งานเขียน การเขียนสรุปความ การเขียนบทนำและการเขียนสรุป การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และการเขียนงานเขียนตามหัวข้อที่สนใจ และการทำโครงงาน และอื่น ๆ ตามบริบทของโรงเรียนและตรงกับความต้องการจำเป็นของผู้เรียน หลักการข้อที่ 2 ด้านการจัดหลักสูตร โรงเรียนควรใชกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เปนสากล CEFR (The Common European Framework of Reference for Languages เปนกรอบความคิดหลักในการออกแบบหลักสูตร โดยใหมีสาระเพิ่มเติม หรือรายวิชาเพิ่มเติม หรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลาย เช่น วิชาการสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไป วิชาภาษาอังกฤษแบบเขมข้น วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ วิชาภาษาอังกฤษเชิงวิชาการเพื่อใหผู้เรียนเลือกเรียน ตามความสนใจ ความถนัด และตามศักยภาพของผู้เรียน และอื่น ๆ ตามบริบทของโรงเรียนและตรงกับความต้องการจำเป็นของผู้เรียน แนวทางการดำเนินการ 1. จัดหลักสูตรที่มีความเขมขนดานทักษะการใชภาษาอังกฤษอยางหลากหลาย เพื่อสนองความแตกต่าง ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน อาทิเช่น การสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไป ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ และภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ โดยยึดสมรรถนะทางภาษาของผู้เรียนเป็นฐานในการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร 2. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เนนความสามารถทางดานภาษาตามระดับ CEFR 3. จัดหลักสูตรเทียบเคียงกับหลักสูตรตางประเทศ 4. จัดใหมีชั่วโมง Conversation 5. เพิ่มเวลาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ 6. จัดทำหลักสูตร EP/MEP/EBE/ EIS/IP 7. จัดหลักสูตรคายอาเซียนหรือคายภาษาอังกฤษแบบเขม หลักการข้อที่ 3 ด้านการกำหนดเนื้อหาสาระ โรงเรียนควรใชกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เปนสากล CEFR (The Common European Framework of Reference for Languages เปนกรอบความคิดหลักในการออกแบบหรือกำหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ทีเชื่อมโยง บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ภายใต้หลักการและแนวคิดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทุกประการ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีพื้นฐานและมีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น แนวทางการดำเนินการ 1 กำหนดหาสาระเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับเนื้อหาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ 2. พัฒนาสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ หลักการข้อที่ 4 ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนควรเพิ่มจุดเนนกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเข้มตามแนวการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class-Standard School) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองของชาติ พลโลก มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ที่เน้นการสื่อสารเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้นในทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจ (Listening comprehension skills) โดยอาจจัดรายวิชาเพิ่มเติม หรือสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระหรือรายวิชาพื้นฐานทั่วไป เพื่อสงเสริมการยกระดับความสามารถในการใชภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถทางวิชาการสูง แนวทางการดำเนินการ 1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจ (Listening comprehension skills) แบบเข้ม เช่น ฟังแล้วเข้าใจประโยคที่มีโครงสร้างซับซ้อน ฟังแล้วสรุปความหมายคำศัพท์หรือกลุ่มคำที่ไม่คุ้นเคย ฟังแล้วสกัดข้อมูลที่ผู้พูดไม่กล่าวไว้อย่างชัดเจนได้ ฟังแล้วสรุปใจความสำคัญ ฟังแล้วรับรู้ถึงเจตคติของผู้พูด ฟังแล้วแปลความ ฟังแล้วจับใจความสำคัญ ฟังแล้วประเมินความสำคัญของข้อมูล ฟังแล้วเขียนบันทึกย่อ และฟังข้อมูลเฉพาะทางวิชาการ 2. จัดเนื้อหาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเข้ม ในทักษะการฟังเพื่อความเข้าใจ (Listening comprehension skills) เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น การฟังคำบรรยายเพื่อจดบันทึกข้อมูล การอภิปรายผลการทดลองและในห้องเรียน การฟังคำบรรยายในห้องเรียนและปฏิบัติตาม การฟังการอภิปราย ประชุม สัมมนาเป็นภาษาอังกฤษ การฟังคำถามจากเพื่อนในห้องเรียน การฟังวิทยุข่าวสารภาษาอังกฤษ การฟังประกาศภาษาอังกฤษตามสถานที่ต่าง การฟังการนำเสนองาน การฟังและพูดในการสนทนาเผชิญหน้า การฟังรายการทีวีภาษาอังกฤษ เช่น ข่าว สารคดี การฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ การฟังชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษา การฟังชาวต่างชาติที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา การฟังเสียงภาพยนตร์ ฟังเพลงภาษาอังกฤษ และการฟังคำอภิปรายผลการทดลองในห้องทดลองและห้องเรียน หลักการข้อที่ 5 ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนควรเพิ่มจุดเนนกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเข้ม ตามแนวการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class-Standard School) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองของชาติ พลโลก มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ที่เน้นการสื่อสารเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้น ในทักษะการพูดเชิงวิชาการ (Academic speaking skills) โดยอาจจัดรายวิชาเพิ่มเติม หรือสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระหรือรายวิชาพื้นฐานทั่วไป เพื่อสงเสริมการยกระดับความสามารถในการใชภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถทางวิชาการสูง แนวทางการดำเนินการ 1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการพูดเชิงวิชาการ (Academic speaking skills) แบบเข้ม เช่น พูดนำเสนอรายงานในชั้นเรียน พูดอภิปรายกับครูชาวต่างชาติ พูดรายงาน นำเสนอข้อมูล ความรู้ต่าง ๆ พูดสรุปใจความสำคัญ พูดถาม/ตอบคำถามในชั้น พูดนำเสนอรายงานในชั้นเรียน พูดแนะนำตัวเอง พูดบอกความเหมือน/ความแตกต่าง พูดแสดงวิธีแก้ปัญหา พูดแสดงเหตุผล และพูดบรรยาย พูดใช้เสียงสูงต่ำและการเน้นคำได้เหมาะสม พูดและคิดคำพูดได้เร็ว พูดบอกความเหมือน /ความแตกต่าง พูดแสดงการวิเคราะห์ วิพากษ์ และพูดออกเสียงได้ถูกต้อง 2. จัดเนื้อหาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเข้ม ในทักษะการพูดเชิงวิชาการ (Academic speaking skills) เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น การพูดนำเสนอรายงานในห้องเรียนภาษาอังกฤษ) การพูดอภิปรายเรื่องทั่ว ๆ ไป เหตุการณ์ปัจจุบันกับชาวต่างชาติ การพูดนำเสนองาน หรือผลงานเป็นภาษาอังกฤษในสถานที่ทำงาน การพูดกับนักท่องเที่ยวอย่างไม่เป็นทางการ การพูดกับชาวต่างชาติที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา การพูดกับชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษา การพูดอภิปรายเรื่องทั่ว ๆ ไปเหตุการณ์ปัจจุบันในห้องเรียนภาษาอังกฤษ และการพูดเพื่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศ หลักการข้อที่ 6 ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนควรเพิ่มจุดเนนกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเข้ม ตามแนวการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class-Standard School) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองของชาติ พลโลก มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ที่เน้นการสื่อสารเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้น ในทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading comprehension skills) โดยอาจจัดรายวิชาเพิ่มเติม หรือสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระหรือรายวิชาพื้นฐานทั่วไป เพื่อสงเสริมการยกระดับความสามารถในการใชภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถทางวิชาการสูง แนวทางการดำเนินการ 1.จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading comprehension skills) แบบเข้ม เช่น อ่านแล้วสังเคราะห์เรื่องที่อ่าน รู้ไวยากรณ์ในเรื่องที่อ่าน เข้าใจเรื่องที่อ่านทั้งหมด จำแนก แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ทำนายหรือคาดเดาเหตุการณ์ของเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์เรื่องที่อ่าน อ่านอย่างเร็ว อ่านเพื่อบันทึกย่อ กลวิธีการอ่านเพื่อความเข้าใจ เข้าใจข้อมูลที่ผู้เขียนตั้งใจบอก เข้าใจโครงสร้างของเรื่องที่อ่าน เข้าใจคำศัพท์ที่ปรากฏในบทอ่าน อ่านหาข้อความสนับสนุน เข้าใจรูปแบบของงานเขียน อ่านโดยไม่ต้องแปล อ่านเร็วเพื่อสำรวจค้นหาเฉพาะข้อความสำคัญก่อนที่จะอ่านข้อเขียนนั้นอย่างละเอียดแบบ skimming, scanning อ่านหาข้อความสนับสนุน เข้าใจใจความสำคัญ หรือจุดสำคัญของเรื่อง เดาความหมายคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมายจากบริบท และอ่านเพื่อความเข้าใจเนื้อหาเฉพาะวิชา 2. จัดเนื้อหาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเข้ม ในทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ (Reading comprehension skills) เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น การอ่านเนื้อหาเฉพาะวิชา เช่น เนื้อหาวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา, คณิตศาสตร์ การอ่านข้อมูลจากกราฟที่สอดคล้องกับเนื้อหาเฉพาะวิชา การอ่านเพื่อเข้าใจคำถามและข้อสอบ การอ่านแล้วแปลเนื้อหาเฉพาะวิชาเป็นภาษาไทย การอ่านหนังสืออ้างอิง การอ่านอย่างเร็ว การอ่านวารสารวิชาการ การอ่านแนวความคิดของผู้เขียน การอ่านหนังสือเรียน ตำราเรียนภาษาอังกฤษ การอ่านทั่วไปเพื่อความเข้าใจ การอ่านนิทาน เรื่องสั้น นิยาย การอ่านบทความในอินเทอร์เน็ต การเข้าใจคำศัพท์ที่ปรากฏในบทอ่านละ และการสังเคราะห์เรื่องที่อ่าน หลักการข้อที่ 7 ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนควรเพิ่มจุดเนนกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเข้ม ตามแนวการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class-Standard School) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองของชาติ พลโลก มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ที่เน้นการสื่อสารเชิงวิชาการเพิ่มมากขึ้นในทักษะการเขียนเชิงวิชาการ (Academic writing skills) โดยอาจจัดรายวิชาเพิ่มเติม หรือสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระหรือรายวิชาพื้นฐานทั่วไป เพื่อสงเสริมการยกระดับความสามารถในการใชภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถทางวิชาการสูง แนวทางการดำเนินการ 1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะการเขียนเชิงวิชาการ (Academic writing skills) แบบเข้ม เช่น เขียนสรุปย่อใจความสำคัญ เขียนบรรยายกระบวนการ วางแผนการเขียน เขียนเปรียบเหมือน/เปรียบต่าง เรียบเรียงเนื้อหาให้ได้ใจความตามรูปแบบของประโยคอย่างต่อเนื่อง สร้างสรรค์ความคิด เขียนงานเขียน จัดลำดับความคิดตามลำดับความสำคัญ เขียนโต้แย้ง จัดระบบความคิดเป็นระเบียบ เขียนประโยคใจความสำคัญ เขียนฉบับร่างและปรับปรุงงานเขียน เขียนอธิบายความ เชื่อมโยงความคิดให้สอดคล้องทักษะคิด วิพากษ์วิจารณ์ ระบุปัญหาและเขียนแนวทางการแก้ปัญหา เขียนถ่ายโยงเป็นภาษาของตนเอง 2. จัดเนื้อหาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมแบบเข้ม ในทักษะการเขียนเชิงวิชาการ (Academic writing skills) เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น การเขียนรายงานในวิชาเรียนเป็นภาษาอังกฤษ การเขียนบทนำและเขียนสรุป การเขียนเรียงความ การเขียนบรรยาย วัตถุสิ่งของและขั้นตอน การวิเคราะห์งานเขียน การเขียนแบบสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง การเขียนสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังหรืออ่าน การเขียนแบบกรณีศึกษา การเขียนสรุปข้อมูลที่เป็นจริง การเขียนประโยคซับซ้อน การสร้างสรรค์งานเขียน การเขียนอ้างอิงและการยกคำหรือข้อความ การจดบันทึกจดหมายเป็นภาษาอังกฤษ การเขียน e-mail เป็นภาษาอังกฤษถึงชาวต่างชาติ การเขียนประโยคต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง การวิเคราะห์งานเขียน การเขียนตอบในข้อสอบ หลักการข้อที่ 8 ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนควรจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นการมีส่วนร่วมและบทบาทในการเรียนรู้ของผู้เรียน ครอบคลุมวิธีการเรียนการสอนที่หลากหลายวิธี เช่น การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) การเรียนรู้จากกรณีปัญหา (Problem–Based Learning) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry–Based Learning) และการเรียนรู้ จากการทํากิจกรรม (Activity–Based Learning) โดยมีหลักการสําคัญคือ ให้ผู้เรียนมีบทบาทหลักในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นด้านการรู้คิด (Cognitively Active) ทําให้ได้การเรียนรู้มีประสิทธิผลสูง เป็นการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ ได้ด้วยตนเองทําให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนอกห้องเรียน (Life–long Learning) เนื่องจากแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกเป็นแนวทางการดำเนินการที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเอง (self-directed learning) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (life-long leaning) แนวทางการดำเนินการ 1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ภาษาในทุกรูปแบบ เช่น กิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมคู่และกิจกรรมกลุ่ม 2. ใช้วิธีการสอนแบบตรง การสอนแบบการแก้ปัญหา การสอนที่ใช้จินตนาการและสร้างสรรค์ เช่น การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน การศึกษาค้นคว้าและนำเสนอรายงาน 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เช่น การค้นพบ (Discovery Learning) การเรียนรู้จากกรณีปัญหา (Problem–Based Learning) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry–Based Learning) และการเรียนรู้จากการทํากิจกรรม (Activity–Based Learning) อื่น ๆ หลักการข้อที่ 9 ด้านกิจกรรมเสริมหลักสูตร โรงเรียนควรจัดกิจกรรมและสภาพแวดลอมที่สงเสริมความสามารถดานภาษาอังกฤษ เชน การเขาคายภาษาอังกฤษแบบเขม และคายนานาชาติสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถสูง การจัดสภาพแวดลอม บรรยากาศที่สงเสริม ที่เอื้อและกระตุนการฝึกทักษะการสื่อสาร การประกวดแขงขันตาง ๆ ปายสารนิเทศ และการเพิ่มกิจกรรมการอานในและนอกหองด้วยเนื้อหาสาระที่หลากหลาย แนวทางการดำเนินการ 1. จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เนนความสามารถทางดานภาษาตามระดับ CEFR 2. จัดกิจกรรมและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูเพื่อฝกฝนและเสริมทักษะทางภาษา จัดบรรยากาศ กระตุนสงเสริมการใชภาษาอังกฤษของนักเรียนทั้งในและนอกหองเรียน หลักการข้อที่ 10 ด้านสื่อการเรียนรู้ โรงเรียนควรสงเสริมใหมีการใชสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาเปนเครื่องมือสำคัญในการชวยพัฒนาความสามารถทางภาษาของผูเรียน ทั้งการสงเสริมใหมีการผลิต การสรรหา รวมถึงแบบฝก ใบงาน ที่ไดมาตรฐานและมีคุณภาพสำหรับการเรียนรู รวมทั้งสงเสริมใหมีการใชชองทางการเรียนรู้ ผานโลกดิจิทัล เช่น e-content, Learning applications Digital, e-book, learning.app., website แนวทางการดำเนินการ 1. ใช้สื่อที่หลากหลายประเภท ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิดีโอคลิป You-tube, Internet และ Applications ต่าง ๆ 2. เลือกใชสื่อแบบเรียน/แบบฝกระดับสูงตามความเหมาะสม 3. ใชสื่อ Digital, e-book, learning.app., website ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู โดยใช ประโยชนจาก Tablet 4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้อื่นเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมทักษะการสืบค้น การทำข้อสอบ และการจดบันทึกข้อมูล และอื่น ๆ หลักการข้อที่ 11 ด้านการวัดและประเมินผล โรงเรียควรใชกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เปนสากล The Common European Framework of Reference for Languages (CEFR) เปนกรอบความคิดหลักในการการวัดและประเมินผล เน้นการประเมินตามสภาพจริงด้วยหลากหลายวิธีการ โดยยึดสมรรถนะทางภาษาอังกฤษของผู้เรียนเป็นฐาน แนวทางการดำเนินการ 1. ส่งเสริมให้ผู้สอนใช้วิธีการวัดและประเมินผลโดยการทดสอบ ประเมินจากผลงาน ชิ้นงาน ภาระงาน ใบงานและแฟ้มสะสมผลงาน และประเมินโดยการสังเกตพัฒนาการเป็นรายบุคคล 2. วัดและประเมินผลทักษะพื้นฐานทางภาษาทั้งสี่ด้าน (ฟัง พูด อ่าน เขียน) และเน้นการวัดทักษะการสื่อสาร การฟงและการพูดเบื้องตนในลักษณะการประเมินตามสภาพจริงหรือประเมินรวบยอดปลายปีตามมาตรฐานที่กำหนดในหลักสูตร 3. วัดและประเมินผลทักษะ soft skill เพิ่มเติม เช่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การเข้าสังคม การทำงานเป็นทีม การสืบค้นข้อมูล การทำงานร่วมกัน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คำสำคัญ การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (needs assessment) แนวทางการพัฒนาหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เปนสากล CEFR แนวทางการรพัฒนาหลักสูตรตามแนวการสอนโรงเรียนมาตรฐานสากล แนวทางการรพัฒนาหลักสูตรตามมาตรฐานระดับสากลและก้าวสู่ Thailand 4.0

      

ผลงานโดย :
คลิดูภาพขนาดใหญ่
นงลักษณ์ แพงเรือน
นครสวรรค์

 

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36
1115/23 ถ.ไกรสรสิทธิ์ ตำบลรอบเวียง จังหวัดเชียงราย
T.053601451 secondary36cripyo@gmail.com

[ คลิกที่นี่เข้าสู่ระบบ เข้าสู่ระบบ ]
©พัฒนาโปรแกรมโดย นายอภิวัฒน์ กันศรีเวียง